สารจากโฆษก สพฐ. ฉบับที่ ๖/๒๕๕๘

May 11, 2015 4:21 am Uncategorized

สวัสดีครับท่านผู้สนใจข่าวคราวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการศึกษาทุกท่านครับ เหลืออีกสัปดาห์เดียวเท่านั้นโรงเรียนก็จะเปิดภาคเรียนที่ ๑/๒๕๕๘ กันแล้วฉบับนี้เรามาคุยกันถึงเรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนเกิดภาคเรียนกันดีกว่าครับการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนจะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรก คือ การเตรียมความพร้อมของผู้ปกครอง ส่วนที่สอง คือ การเตรียมความพร้อมของโรงเรียน เริ่มเลยนะครับ

๑.   การเตรียมความพร้อมของผู้ปกครอง
.     
ผู้ปกครองคงต้องเตรียมเครื่องแบบนักเรียน กระเป๋า รองเท้า อุปกรณ์การเรียนตลอดจนผมเผ้าหน้าตา ต้องขัดสีฉวีวรรณกันหน่อย เพราะจะได้สดชื่นแจ่มใส เจอเพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่ในวันเปิดภาคเรียน ซึ่งค่าเครื่องแบบนักเรียนแฃะอุปกรณ์การเรียนนั้น โรงเรียนจ่ายให้ผู้ปกครองทุกคนถึงแม้ว่าจะไม่มากนัก แต่ก็ช่วยลดภาระผู้ปกครองไปได้บ้าง   สิ่งที่จะเป็นภาระผู้ปกครองก็คือ การเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษาของโรงเรียน ซึ่งมีระเบียบฯรองรับ ก็ขอให้โรงเรียนคำนึงถึงสภาพทางเศรษฐกิจและเด็กด้อยโอกาสกันหน่อยนะครับ เก็บเฉพาะที่จำเป็นจริงๆก็แล้วกัน

๒. การเตรียมความพร้อมของโรงเรียน
.      สพฐ.ได้มีหนังสือซักซ้อมความเข้าใจไปถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้แจ้งโรงเรียนในสังกัดทุกแห่งให้เตรียมการก่อนเปิดภาคเรียนให้พร้อม เปิดเรียนวันแรกขอให้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้เลย การเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนดังกล่าวคงดำเนินการได้สองลักษณะ คือ
.          ๒.๑ การเตรียมความพร้อมเรื่องอาคารสถานที่ โรงเรียนปิดเรียนไปเกือบสองเดือน สภาพอาคารสถานที่คงไม่เหมือนเดิมแน่นอน ไม่ได้หมายถึง รูปร่างอาคารจะเปลี่ยนไป แต่หมายถึงความสะอาดและความปลอดภัย สัตว์มีพิษอาจเข้าไปหลบอาศัยอยู่ในอาคาร หรือที่รกร้าง หลังคาโรงเรียนอาจรั่วซึม สายไฟอาจชำรุด ไฟฟ้ารั่ว กิ่งไม้หักโค่น หญ้าขึ้นรก สิ่งต่างๆเหล่านี้ต้องถูกปรับปรุงให้อยู่ในสภาพเดิมเป็นอย่างน้อย ให้เน้นความสะอาด และความปลอดภัยต่อครูและนักเรียน
.         ๒.๒ การเตรียมความด้านการเรียนการสอน ตารางเรียนตารางสอน หนังสือเรียน คู่มือครู สื่อ/อุปกรณ์การเรียน เอกสารธุรการประจำห้องเรียนต้องพร้อม อาหารกลางวัน อาหารเสริม(นม) เปิดเรียนมามีให้เด็กกิน เด็กดื่มหรือไม่ ต้องไม่นึกว่าเป็นเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น ไม่มีกิน ไม่มีดื่มจะแก้ปัญหาอย่างไร บางโรงเรียนอาจมีครูย้ายเข้า ย้ายออก การมอบหมายหน้าที่ดำเนินการอย่างไร เปิดเรียนวันแรกจะมีผู้ปกครองมารับส่งบุตรหลานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ปกครองที่มีบุตรหลานเข้าเรียนชั้นอนุบาล ๑ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เตรียมการต้อนรับผู้ปกครองและเด็กเหล่านั้นอย่างไร จะปฐมนิเทศอย่างไร ใครรับผิดชอบ สิ่งต่างๆที่กล่าวมานี้ หากเตรียมการไม่พร้อมหรือไม่ได้เตรียมการใดๆเลย ก็จะต้องเสียเวลาไปอีกอย่างน้อย ๑ สัปดาห์ หลังจากเปิดภาคเรียนแล้วถึงจะเริ่มเรียนเริ่มสอนกันได้ น่าเสียดายเวลาที่เสียไป
ท้ายนี้อยากจะฝากคำถามถึงผู้บริหารสถานสถานศึกษา คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการศึกษาของผู้เรียนได้มากขึ้น
,            ๑) ท่านทราบหรือไม่ว่า โรงเรียนของท่านมีเขตบริการทางการศึกษาที่คลอบคลุมถึงไหน
,            ๒) เด็กที่อยู่ในเขตบริการทางการศึกษาของโรงเรียนท่านมีจำนวนเท่าไร เข้าเรียนที่โรงเรียนท่านกี่คน เรียนที่อื่นกี่คน ไม่ได้เข้าเรียนกี่คน ถ้าไม่ได้เข้าเรียน เป็นเพราะอะไร ท่านจะทำอย่างไรถึงจะทำให้เด็กเหล่านั้นได้เรียน และใช้รูปแบบใดในการจัดการศึกษา
,            ๓) นักเรียนในโรงเรียนของท่านเป็นเด็กปกติ เด็กด้อยโอกาส เด็กพิการ และเด็กที่มีความสามารถพิเศษ อย่างละกี่คน ประเภทใดบ้าง
.            ๔) เมื่อเด็กเข้าเรียนแล้ว มีเหตุอันใดหรือไม่ที่จะทำให้เด็กเหล่านั้นออกกลางคันไปก่อนจบการศึกษาและท่านมีวิธีป้องกันแก้ไขอย่างไร
           ๕)ท่านทราบหรือไม่ว่าเด็กในศตวรรษที่๒๑มีลักษณะอย่างไร
           ๖) ครูของท่านจะออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียนแต่ละคน แต่ละประเภทอย่างไร มีนวัตกรรมใดบ้างที่นำมาใช้
.            ๗) ท่านทราบอย่างไรว่านักเรียนเหล่านั้นเกิดการเรียนรู้และมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์แล้ว
.            ๘) ท่านทราบหรือไม่ว่ามีปัจจัยใดที่ส่งผลให้เกิดความสำเร็จหรือล้มเหลวในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
.            ๙) ท่านทราบหรือไม่ ในเรื่องต่างๆทั้งการบริหารจัดการและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีโรงเรียนใดที่มีวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)
.          ๑๐) ท่านมีวิธีการอย่างไรที่จะพัฒนาโรงเรียนให้การบริหารจัดการและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของโรงเรียนท่านเทียบเท่าหรือดีกว่าโรงเรียนมีวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)

.     ถ้าท่านตอบคำถามทั้ง ๑๐ ข้อนี้นี้ได้ และพยายามปรับปรุงแก้ไข พัฒนาให้ยั่งยืน อาจตอบโจทย์การปฏิรูปการศึกษาได้มากเลยคงพอแค่นี้ก่อนนะครับ ฉบับหน้าพบกันใหม่นะครับ

ดร.รังสรรค์  มณีเล็ก

รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน