สารจากโฆษก สพฐ. ฉบับที่ ๑/๒๕๕๘

April 8, 2015 3:10 pm Uncategorized

       สืบเนื่องจากกระผมได้รับความไว้วางใจจากท่านเลขาธิการ กพฐ.และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้แต่งตั้งให้กระผมเป็นโฆษก สพฐ. ดังนั้น จึงขอใช้เวทีนี้สื่อสารเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ทุกท่านที่สนใจได้รับทราบและใช้เป็นเวทีสาธารณะสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เจริญรุดหน้าต่อไป ในการนำเสนอนั้นคงเป็นความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับปฏิรูปการศึกษาและการแจ้งข้อราชการของ สพฐ. โดยจะนำเสนอในทุกๆวันจันทร์ของแต่ละสัปดาห์ เริ่มเลยนะครับ

๑. ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา

       ในระยะนี้ หากท่านติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา จะพบว่าทิศทางการปฏิรูปมีความชัดเจนมากขึ้นขึ้นตามลำดับ การประสานเสียงระหว่าง คสช. รัฐบาล สนช. สปช.คณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการและอนุกรรมการชุดต่างๆส่งสัญญาณว่าเดินไปในทิศทางเดียวกัน ประเด็นใหญ่ๆที่คาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอนก็คือ

๑) การปฏิรูปการเรียนรู้ของผู้เรียน

๒) การปฏิรูปการบริหารจัดการ

๓) การปฏิรูปทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา

ในแต่ละเรื่องมีรายละเอียดย่อยๆหลายเรื่องและเป็นสิ่งที่ท้าทายนักการศึกษาอย่างพวกเราเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งกระผมจะค่อยๆนำเสนอรายละเอียดของการปฎิรูปให้ท่านทราบเป็นระยะๆ ข้อสรุปจากการประชุมหลายๆคณะสรุปได้ตรงกัน ก็คือ การปฏิรูปการศึกษาจะสำเร็จได้จะต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขความสำเร็จ ดังนี้

๑) ต้องมีการกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่สถานศึกษามากขึ้น จนถึงขนาดเลือกครูได้เอง บริหารจัดการงบประมาณได้คล่องตัวกว่าปัจจุบัน

๒) ต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง เน้นการแก้ปัญหาและพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area Based) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการจัดการศึกษาในพื้นที่ต้องมีส่วนร่วมในการวางแผน ร่วมปฏิบัติตามแผน ร่วมติดตามประเมินผลและร่วมรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น

๓)ระบบการสร้างความรับผิดชอบต่อผลการดำเนินงาน (Accountability) ต้องมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ถ้ามีเด็กในวัยเรียนตกหล่นไม่ได้เรียนหนังสือ เรียนแล้วออกกลางคัน อ่านหนังสือไม่ออก มีคุณภาพต่ำ โรงเรียนไม่ได้มาตรฐาน มีการทุจริต สิ่งต่างๆเหล่านี้จะต้องมีผู้รับผิดชอบตามฐานานุภาพของแต่ละคน

๔) ระบบแรงจูงใจบุคลากรต้องสัมพันธ์กับผลการดำเนินงานของบุคลากร (Performance) ผู้ที่รับผิดชอบ มีความมุ่งมั่น มีผลงานปรากฏเป็นที่ยอมรับ ย่อมได้รับผลตอบแทนสูงกว่าผู้ที่มีลักษณะตรงข้ามและไม่พึงประสงค์ ซึ่งผลตอบแทนอาจมีทั้งเงินและสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ

๒.  การรับนักเรียน ปี ๒๕๕๘    

       การรับนักเรียนเพื่อเข้าเรียนชั้นอนุบาล ๑ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และ ๔ ทั้งโรงเรียนทั่วไป โรงเรียนทีมีอัตราการแข่งขันสูง โรงเรียนที่มีลักษณะพิเศษ โรงเรียนที่จัดการศึกษาด้วยวัตถุประสงค์พิเศษ ขณะนี้ได้รับสมัคร ประกาศผล รายงานตัว และมอบตัวเกือบหมดทุกประเภทแล้ว  ในเขตกรุงเทพมหานคร ขณะนี้ยังมีโรงเรียนมัธยมศึกษาของ สพฐ.ยังสามารถรับนักเรียนขั้น ม.๑ รับได้อีก ๓๗ โรงเรียน จำนวนนักเรียนที่รับได้ ๒,๐๓๔ คน นักเรียนขั้น ม.๔ รับได้อีก ๓๗ โรงเรียน จำนวนนักเรียนที่รับได้ ๑,๖๒๕ คน สำหรับในต่างจังหวัดก็ยังมีโรงเรียนที่สามารถรองรับได้อีกจำนวนมาก หากบุตรหลานของผู้ปกครองคนใดยังไม่มีที่เรียน ขอให้ไปแจ้งความจำนงที่โรงเรียนที่ไปสมัครสอบ โรงเรียนที่ยังว่างและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่ภายในวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๘ นี้ รับรองว่าบุตรหลานของท่านทุกคนมีที่เรียนอย่างแน่นอนครับ

๓.  การสอบบรรจุครูผู้ช่วยสังกัด สพฐ.

        ในช่วง ๑๙-๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ๖๕ เขต ได้เปิดรับสมัครสอบครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. เปิดสอบ ๓๕ กลุ่มวิชา ตำแหน่งว่าง ๗๑๕ อัตรา มีผู้มาสมัครสอบ ๑๓๕,๑๓๔ คน ซึ่งจะสอบภาค ก. ความรู้ความสามารถทั่วไปและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู ในวันที่ ๒๓ เมษายน สอบภาค ข. วิชาการศึกษา/วิชาเอก ในวันที่ ๒ พฤษภาคม และสอบภาค ค.สัมภาษณ์ ในวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ประกาศผลสอบในวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ถ้าผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๖๐ ก็จะเรียกบรรจุตามจำนวนที่ต้องการ ส่วนที่เหลือก็ขึ้นบัญชีไว้ ๒ ปี

๔.  กิจกรรมนักเรียนช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน

         ในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน ปีการศึกษา ๒๕๕๗ นี้ สพฐ.ได้ส่งเสริมสนับสนุนให้โรงเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร่วมกันจัดกิจกรรมสำหรับนักเรียน รวมทั้งสิ้น ๖๗ กิจกรรม จำแนกเป็นกิจกรรมทางวิชาการ  กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม/ทักษะชีวิต และกิจกรรมส่งเสริมวิชาชีพ ลักษณะของกิจกรรมมีหลากหลาย เช่น ค่ายพักแรม ค่ายคุณธรรม ค่ายวิชาการ การอบรมสัมมนาทั้งในและนอกสถานที่  คาดว่าจะมีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม ๑๙๒,๘๘๕ คน จำแนกเป็นนักเรียนระดับประถมศึกษา ๑๓๐,๘๖๙ คน ระดับมัธยมศึกษา ๖๒,๐๑๖ คน โดยมุ่งหวังให้นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความรู้ ความสามารถ ทักษะในกิจกรรมที่ตนสนใจเพิ่มมากขึ้นและปลูกฝังให้นักเรียนรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ทั้งนี้ สพฐ.ได้กำชับผู้จัดกิจกรรมให้คำนึงถึงสวัสดิการและสวัสดิภาพของนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมให้มากที่สุด

                      คงพอแค่นี้ก่อนนะครับ วันจันทร์หน้าพบกันใหม่นะครับ

 

                                                                                         ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก

                                                                     รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน